อ้างถึงอยากปล่อยซันได้แบบนี้บ้างจังครับปีกก็ไม่ต้องคลิบ แต่ผมใจไม่กล้าแน่นอน ริงเน็กสุดที่รักเคยบินหนีไป หลังจากนั้นเลยกลัวหมดเลย ทุกตัวโดนคลิบหมด
ติ๊กเองก็ เคยหลุดไปถึงสองตัวค่ะ เจ้าจิ๊บ ๆ นกเอี้ยงสาริกาตัวดำ กับเจ้า โยโย่ (ตัวแรก) นกแก้วซันคอนัวตัวที่อยู่ในลายเซ้นตของติ๊ก เจ้านั่นเป็นนกที่คนขายเค้าบอกว่า เป็น ไฮบริจ คือปีกเหลือง เจ้านี่ก็ หลุดไป โดยทั้งสองตัวเค้า บินหนีไปทางหลังบ้าน ตอนกลางคืนขณะที่ติ๊กไม่อยู่บ้านค่ะ
แต่ ก็เกิดคำถามมากมายว่า ที่เค้าไป นั้น....ไปเพราะเหตุใด ก็ เกิดคำถามตามมามากมายเช่น
เค้ายังไม่ผูกพันกับเราหรือ
เราปล่อยเค้ามากเกินไปหรือ
เรายังไม่เป็นเพื่อนกับเค้าหรือ
เราไม่ได้เอาใจใส่เค้าหรือ
เรายังไม่ได้ฝึกเค้าหรือ
เค้าไม่มีความสุขหรือ
เป็นต้นค่ะ
แต่ก็ ได้คำตอบตามมาในใจมากมายเหมือนกันซึ่งก็ตอบตัวเองได้ว่า
เราน่ะ เลี้ยงเค้าได้ดีแล้ว เพียงแต่นิสัยเค้าก็ต้องการคนเล่นด้วย อยากได้รับความเอาใจใส่มากพอ ถึงแม้ว่า ตลอดเวลาที่อยู๋ด้วยกัน เรามีความสุขมาก ๆ แต่ ก็เพราะเราไม่อยู่ บ้าน เค้าจึงต้องไปหาคนเล่นด้วยคนใหม่ สงสารก็แต่เจ้าจิ๊บ ๆ นกเอี้ยงสาริกา นั้นถ้าเค้าโดนคนจับได้ คงจะต้องถูกขังตลอดชีวิตเป็นแน่
มาถึงเจ้าตัวปัจจุบัน หลังจากได้เสียสองตัวแรกไปแล้วก็เก็บมาเป็นประสพการณ์ค่ะเมื่อมีโอกาสได้เลี้ยงอีกสองตัว (คราวนี้ฟาดซันมาทีเดียวสองตัวเลย) ก็ พยายามสอนและให้เวลาอย่างเต็มที่เลยค่ะ
คำว่าให้เวลา สำหรับติ๊กคือ
ยอมสละเวลาธุระของตนเองให้กับการนั่งมองนกของเรา เฉย ๆ อยู๋ด้วยกันนานมากขึ้น พูดกับเค้า แกล้งเค้า หยอกเค้า ให้เหมือนกับว่า เราก็คือเพื่อนคนหนึง ยอมสละว่า เราจะต้องไปตากแดด นาน ๆ เพื่อให้เป็น เป้าสายตาให้เค้า เพื่อให้เค้ามองเราได้ชัด ๆ ในขณะเค้าที่จะเตรียมบิน หรือ บินขึ้นไปบนฟ้าแล้ว (หากเราไปอยู่ที่ร่มแล้ว contrast ของแสงจะทำให้มองเห็นที่ร่มนั้นมึดไปเลย) จริง ไม่จริงไม่รู็ แต่รู้ว่า หากเราออกมายืนตากแดดให้เค้ามองเห็นเราง่าย ๆ จะเป็นการ ระบุตำแหน่งตัวเองให้ เค้าบินวนและหาเราเจอได้ง่ายกว่า ที่จะเอาสบายอยู่แต่ในร่มค่ะ
สว่นทริปและเทคนิคเดี๋ยวจะตามมาเป็ฯลำดับถัดไปนะค้ะ ติ๊กไปทำงานก่อนหละ บ๊ายบาย