แหม๋ hot เหลือเกิน กระทู้นี้ ติ๊กสรุปสั้น ๆ ให้นะค้ะ
ติ๊กเอง เข้าใจหัวข้อนี้นะค้ะ เพราะเคยคิดจะตั้ง แต่ ยังไม่กล้า สองจิตสองใจ เพราะ พี่ ๆ เค้าใช้ สายยางป้อนกันหมด เพราะเค้ามีเหตุผล ซึ่ง ติ๊ก ก็อยากจะพยายามรณรงค์ เลี้ยงน้อยไม่ใช้ สายยางใส้ไก่อยู่แล้ว หากได้อ่านกระทู้ ของติ๊ก จะพยายามเหน็บเรื่องนี้ลงไปในภาพ และ มีภาพการกินของน้อง ๆ จาก ไซลิ้ง ที่ไม่มีสายยางโชว์ ทุกภาพ
แต่รุ่นพี่ ทุกคนที่เพาะนกขายนั้น ไม่สามารถทำได้ค่ะ เนื่องจากเวลา หากเราพยายามป้อนตัวแรกอยู่นั้น กว่าจะเสร็จอาจจะ ห้านาที (อย่างเร็ว) ไปตัวที่สอง สามสี่ จนถึงตัวที่สิบอาจจะเกิน ชั่วโมงไปแล้วค่ะ ถ้าเป็นลูกนกเพิ่งเกิด ขนยังไม่มีที่ต้องการอาหาร สอง ชั่วโมงครั้ง ก็คงจะแย่ค่ะ
เนื่องจากอันตราย สำหรับ มือใหม่ ที่แฝงมากับสายยางนั้น ให้โทษสองอย่าง "ติ๊กก็อ่านมาเหมือนกัน ดูเหมือนว่า จะมีคนพยายามรณรงค์มาก่อนหน้าติ๊กแล้วค่ะ เพียงแต่ ไม่ได้ โปรโมทอย่างต่อเนื่อง" เรื่องก็เลยเงียบไปมาถึงติ๊ก เอง แรกเลย ก็เลี้ยงด้วยสายยาง ต่อมาอีก 1 เดือน สายยาง หล่นไปในท้อง ซึ่งช่วงนั้น มีคน ฮิท ทำสายหล่นลงท้อง อยู่หลายคน ติ๊กได้แต่ขำค่ะ แต่พอถึงตาตัวเองแล้วไม่ขำ ทำเอาน้ำตาร่วงเลยกลัวเค้าตาย อยู่ ต่างจังหวัดด้วย ก็ภาวนาให้ เค้าทนอีกวันนึงจะพาไปโรงพยาบาล จนแล้วจนรอด ถ้ารอให้ถึงวันพร่ง วันมะรืน เห็นที สายยางจะใหลเข้า กระเพาะบด ถึงแก่ชีวิต แน่ ๆ ตายเป็นตาย ติ๊กก็เลยต้องทารุณ เจ้านกจับบีบกระเพาะ จนใส้ไก่โผล่ออกมาจากคอ แล้วให้ อีกคนหยิบออกมาค่ะ ดีใจเป็นบ้าเลย
ให้ซดน้ำมานาน หม่ำเนื้อกันต่อ ว่าถ้าเราไม่ใช้สายยาง นกจะได้อะไรบ้าง
อย่างแรกเลยก็คงไม่มีสายยางหล่นลงไปในท้องเพราะ มือใหม่ทุกคนใช้ ไซลิ้งค์ พร้อมใส้ไก่ ที่ร้านขายแถมมาให้ด้วย โชคดีอาจจะติด เคยที่ แบบผสม มาอีกกระปุกละ 200 (ติ๊กได้มาค่ะ หะ ๆ แสดงว่าโชคดี)
นีกระทู้ถามเรื่องการชงข้าวคร้งแรกค่ะ
http://www.siamphoenix.com/2008/htdocs/modules/newbb/viewtopic.php?topic_id=676&forum=1&post_id=9561#forumpost9561[linkอย่างที่สอง นกก็จะได้มีโอกาศได้ตัดสินใจโดยการแสดงออกให้เห็นได้ง่าย ถ้าเรายัดเยียดความผิดปรกติให้มันได้ดังนี้
- อาหารร้อนจัด
- อิ่มแล้วจ้ะ ไม่เอาแล้ว
สองข้อนี้ส่วนใหญ่ ผู้เลียง หลายคนมักประสบปัญหานี้กันมาแล้วซึ่งหากน้องใหม่ ทุกคนได้ตั้งใจอ่านประวัติกระทู้ให้มาก ๆ จะพบว่า ปัญหานี้แก้ไม่ได้ยากเลย เพียงแต่ เราต้องยอมมือเล้อะ หยดอาหารใส่หลังมือเหมือนกับ นมปัอน ลูกเท่านั้นเอง แต่ผลลัพเกียวกับความขี้เกียจนี้ก็จะทำให้ กระเพาะลูกนกเรา สุก และก็ อักเสบตายเสียนกตัวหละหลายพัน และ พันห้า สำหรับซันติ๊ก (แต่ติ๊กไม่เคยค่ะ รอดไป ศึกษากระทู้มาก่อน)
ข้อนี้ ป้อนเย็นไป ไม่ยอ่ย หรือย่อยช้า พาลบูดอีก นกแย่
ป้อนร้อนไป นกเป็นสุก กระเพาะค่ะ สุก แย่กว่า
ส่วนอิ่มไม่อิ่ม นั้น ก็เช่นกัน การฟีดอาหาร ให้หนักหน่วง เกินไปสำหรับวัยของนก เช่น นกเดือนเดียว ใส่อาหารไป 25 cc หรือ + - นิ๊ดหน่อย เป็นการ ใส่อาหารลงไปมากจนเกินไป ซึ่ง ใครหละเป็นผู้กำหนด ก็ รุ่นพี่ที่มีประสบการณ์เลี้ยง และนักวิชาการซึ่งคำณวนมาแล้วหรือ เคยป้อนกันจน มันไม่ย่อย แล้วเห็นว่ามันตายต่อหน้าต่อตามาแล้ว ว่ากระเพาะลูกนกแต่ละเดือนนั้นใหญ่มากน้อยเพียงใด แต่ ถ้าหากเรา ให้นกเป็นผู้กำหนดหละ คนอ้วน ผอมกินจุไม่เท่ากัน นกก็เช่นกัน บางตัวเรียกร้องความสนใจ อยากจะกินเอามาก ๆ เพราะ ต้องการให้เรา สนใจเค้ามาก ๆ ก็กินจุมาก บางตัว รักษาสรีระ ก็ กินน้อยหน่อย แต่ เราก็ต้องดูด้วยว่ากินน้อยกว่า ที่ นักวิชาการเค้ากำหนดไว้มากเกินไปหรือเปล่าเท่านั้นเองค่ะ
ในข้อนี้ กินมากไป ย่อยไม่หมด บูด นกแย่แน่
กินน้อยไป สารอาหารไม่พอเพียงกับความต้องการ พลังงานและสารอาหาร แย่ เช่นกัน
เอาหละ ใหน ๆ ก็เหน็บไปแล้วค่ะว่า คนป้อน ด้วยสายยางนั้นไม่ได้ โหด แต่ เค้าต้องการให้นกสุขภาพแข็งแรง ให้อยู่ได้นาน ๆ ไว้เป็น เพื่อนเป็น เครื่องประดับบ้าน หรือจะอะไรก็แล้วแต่ ยังไงก็ได้ขอให้อยู่ด้วยกันได้นาน ๆ นั่นคือความสุขของคนเลี้ยงนก (คำพูดอาจจะดูไม่เสนอะหู แต่ จริงใจค่ะ)
อันที่จริง ติกก็เห็นด้วยกับความเห็นของเจ้าของกระทู้ เพียงแต่ติ๊กใช้คำพูดคนละอย่าง และ ต่างวาระซึ่งก็ต้องเข้าใจ ว่าจำนวน และเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งติ๊กเอง เลี้ยงแค่ สองตัว มันก็ น่าจะ ok สำหรับการป้อนด้วยวิธีที่ช้ากว่า