ค้นหากระทู้

เรื่องสำคัญสำหรับผู้ที่นิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยง (โดยเฉพาะนกสวยงาม)

คนเลี้ยงนกไว้เป็นเพื่อนธรรมดาๆอย่างเราไม่แย่เรอะนั่น
ออกกฎหมายติงต๊องจริงๆ ถ้าจะมาพรากลูกรักไป สงสัยร้องไห้ขี้มูกโป่ง
เลี้ยงมาตั้งนาน มาจ่ายค่าพวกนี้อีก ตอนนี้เศรษฐกิจไม่ดี
ดันมาติดเรื่องให้ประชาชนเดือดร้อน
แทนที่จะทำให้ละเอียดกว่านี้ สัตว์เลี้ยงไม่ใช่สัตว์ป่า
ก่อนอื่นขอตอบคุณชายตันก่อน เนื่องจากเมื่อวานคุณชายตันโทรมาคุยกับผม และแนะนำให้เล่าที่มาที่ไปให้ทุกท่านทราบ ก็ต้องขอขอบคุณที่แนะนำ

ก่อนหน้านี้มีหลายท่านที่ทราบเรื่องนี้จากกระทู้ โทรมาสอบถามและพูดคุยกัน ผมก็เล่าสถานการณ์และข้อมูลที่ทราบให้ฟัง ก็หลายต่อหลายท่านครับ

เรื่องราวทั้งหมดผมก็เพิ่งทราบเมื่อวันพุธที่ 28 จากการโทรมาของกลุ่มชมรม ผู้เพราะเลี้ยงนกฯ ว่าจะมีการเสนอร่างพรบ. นี้ที่กรมป่าไม้ฯ แต่เนื่องจากวันนั้นผมติดงานที่ต่างจังหวัดไม่สามารถเข้าร่วมได้ แต่ก็มีตัวแทนของชมรมฯ ไปเข้าร่วม 4 ท่าน และหลังจากนั้นผมก็ทราบเรื่องจากการเล่าของตัวแทนทั้ง 4 ท่าน และได้คุยกันว่าน่าจะรีบดำเนินการนัดประชุมโดยก็รีบติดต่อและนัดกันได้ในวันศุกร์ที่ 30 และหลังจากพูดคุยสรุปเรื่องราวทั้งหมด ทางชมรมฯ ก็มีมติให้รีบกระจายข้อมูลเหล่านี้ให้กับกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้อง และนัดกันอีกครั้งวันพุธที่ 4 เพื่อสรุปแนวทาง หลังจากนั้นผมก็รีบสืบค้นข้อมูลต่าง ๆ ด้วยความไม่รอช้า เพื่อตรวจสอบว่าความเป็นมาต่าง ๆ ของเรื่องนี้เป็นมาอย่างที่เราเข้าใจหรือไม่ ? อย่างไร ?

ก็ได้ความว่าร่างพรบ. นี้เริ่มเมื่อปี 2546 โดยรัฐบาลของทักษิณ ซึ่งหวังดีหวังร้ายไม่ทราบ แต่ต้องการให้มีการแก้ไขพรบ. ปี 2535 (ที่ใช้อยู่ปัจจุบัน) เพราะจะมีการประชุม CITES กันเมื่อสมัยโน้น และทาง CITES ก็โจมตีพรบ. ป่าไม้ของไทยว่าไม่ครอบคลุมการครอบครองและการค้าสัตว์ต่างประเทศ ก็เลยได้ให้อาจารย์ท่านหนึ่งที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชได้ร่างพรบ. นี้ ซึ่งหลังจากได้ร่างก็มีการทำประชาพิจารณ์หลายต่อหลายครั้งก็ไม่ผ่าน เพราะมีการออกมาค้านของกลุ่มอนุรักษ์ต่าง ๆ มากมายถึงข้อบกพร่อง และความไม่ชอบของร่างพรบ. ใหม่นี้ และได้มีการเสนอข้อแก้ไขมาก็หลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่งมาถึงปัจจุบันนี้ก็นำขึ้นมาเพื่อเสนออีกครั้ง ทางเราถึงได้มาทราบว่ามีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจไม่ว่าใครจะเลี้ยงนกกี่ตัวก็ไม่สำคัญแต่นี่หมายความถึงความเดือดร้อนของคนที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่ถูกต้อง แต่จะกลับกลายเป็นการเลี้ยงสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมายไป

ขณะนี้ทางชมรมฯ มีมิติจะทำหนังสือ และประสานงานกับชมรมฯ สมาคมฯ อื่น ๆ รวมถึงประชาชนคนเลี้ยงสัตว์ที่จะได้รับผลกระทบ (โดยเฉพาะนก) เพื่อรวบรวมรายชื่อ และผลกระทบ รวมถึงแนวทางที่จะเสนอแก้ไข เพื่อให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

ผมได้รับมอบหมายให้ร่างหนังสือฉบับดังกล่าว ก็ได้พยายามหาข้อมูล และประสานงานผู้รู้หลาย ๆ ท่าน และดำเนินการหลาย ๆ อย่างอยู่ เพราะรู้ดีว่าขนาดกลุ่มอนุรักษ์ต่าง ๆ ซึ่งมีศักดิ์ศรีเหนือกว่า และมีนักกฎหมายที่เก่ง ๆ มากมายได้เสนอแนวทางแก้ไข ก็ยังไม่สำเร็จ ฉะนั้นเราจะต้องตีโจทย์นี้ให้ถ่องแท้จริง ๆ ว่าจะเสนอแนวทางอย่างไรให้ภาครัฐเข้าใจถึงปัญหาที่แท้จริงของภาคประชาชนตาดำ ๆ อย่างเราที่จะได้รับความเดือดร้อนหากร่างพรบ. เป็นเช่นนี้ (งานใหญ่จริง ๆ)

ก็หวังว่าทุก ๆ ท่านจะให้ความเข้าใจ และให้ความร่วมมือให้มากที่สุด เพื่อส่วนรวมครับ
อย่างที่พี่หมออี้ท่านกล่าวไว้น๊ะครับ  คงไม่ใช่เป็นเพียงเฉพาะนกปากขอ  เท่านั้นน๊ะครับ  

ถ้าออกกฎออกมา  กลุ่มผู้เลี้ยงทุกชนิดพันธุ์ที่ต้องเกี่ยวข้องและมีผลกระทบด้วยทั้งหมด  เช่น

1. ผู้เลี้ยงสัตว์เลื้อยคลาน สัตว์บก สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ  
2. ผู้เลี้ยงนกปรอทหัวจุก  และกลุ่มอื่น ๆ
3. ผู้เลี้ยงและเพาะพันธุ์ปลา
4. อื่น ๆ ที่น่าจะเกี่ยวข้องครับ  

น่าจะต้องรู้และรับทราบ เมื่อรวมตัวกันได้เป็นปึกแผ่น ก็นับได้ว่า จะเป็นกลุ่มพลังที่ใหญ่พอสมควรขอรับกระผม

แล้วจะอย่างไร ก็แจ้งด้วยขอรับกระผม  
จะก่อม็อบ   อีกแล้ว

ถ้าจะทำให้สำเร็จ  เอาสัตว์เลี้ยงไป  ที่มีอยู่ไปปิดถนน

แล้วเลี้ยงกันตรงนั้นเลย  เอาไปแยอะๆๆนะ

แต่อย่างไปใกล้เขาดินนะ  

เดียวเค้าเอาไปเลี้ยงให้ฟรี

หรือว่า  คนเค้าจะไม่เที่ยวเขาดิน  มาเที่ยวตรงนี้แทน

 :-D  :-D  :-D  :-D

ทุกรัฐบาลคุยกันดีๆๆไม่ค่อยได้ผล  ต้องปิดถนน

 :lol:  :lol:  :lol:
พอดีคืนนี้ไม่มีอะไรทำเลยหยิบหนังสือ รายชื่อสัตว์ตาม พรบ สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 มาดูรายชื่อสัตว์ติดไซเตส
ถ้าเรามองโลกในแง่ดีแล้ว ผมบอกได้เลยว่าคนเลี้ยงนกก็ยังมีโชคที่ดีอยู่ไม่น้อยเพราะเรายังมีตัวเลือก นกที่ไม่ติดไซเตสให้เลี้ยงได้อีกเยอะ ครับเมื่อเทียบกับ สัตว์เลี้ยงชนิดอื่น ๆ ที่คนมักเลี้ยงกันเช่น สัตว์จำพวก Reptile นี้โดนจะเรียกได้ว่าหมดทุกอย่างเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าเต่า กิ่งก่า งู กบ  ฯลฯ โดนหมด
อันต่อมาปลาอโรวาน่าหรือปลาตะพัดบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นทอง เป็นแดง เป็นเขียว ที่เห็นกันเกลื่อนตามสวนหรือร้านขายปลาต่าง ๆ นี่ละครับลำดับที่ 905 ไซเตส 1 เลยบอกได้เลยผมเองก็เข็มขัดสั้นเหมือนกัน
ผมคิดว่า web ของพวกเราน่าจะทำแบบ web นี้บ้างนะครับ ลองคลิ๊กเข้าไปอ่านๆดูกัน ผมว่าโอเคเลยนะครับ ถ้าหากพวกเราจะรวมพลังกันเสนอร่าง พ.ร.บ.ฯ ดูอ่ะครับ http://www.noksiam.com/index.php

ผมคิดว่าแต่ละเสียงของแต่ละคนน่าจะมีพลังมากพอครับ
ขอตีหน้าเศร้า เล่าความจริงให้ฟังหน่อยนะครับว่า

ปีที่แล้ว ผมเริ่มเลี้ยงนก ลงทุนไปประมาณ 2 แสนบาท ขายผลผลิตได้ประมาณ 30,000 บาท ไม่คิดค่าแรงงาน  โชคดีที่แทบไม่มีการสูญเสีย ทำให้ต้นทุน 2 แสนยังอยู่เกือบครบ คิดเป็นผลตอบแทน  15%  น่าสนใจบ้าง  
หากผมต้องเสีย ค่าธรรมเนียมการเพาะพันธุ์ 5 หมื่นบาท และค่าอนุญาตขาย 1 หมื่น ค่าครอบครองอีก 1 หมื่น คำตอบคือ คุ้มเห็นๆ
หากผมไม่ได้เพาะ จับมาขายไป เสีย 1 หมื่น ยังพอมีเหลือ น่าสนใจที่จะทำมากกว่า
ปัญหาคือ ผมจะไปขายใคร ในเมื่อคนเลี้ยง 1 คู่ ต้องเสียไม่ต่ำกว่า 7 หมื่นบาทในปีแรก และ 35000 บาทในปีต่อๆไป

ถ้า พรบ นี้ใช้จริง คงจะจับมาย่างดีกว่า ปล่อยไป มันก็ตาย อีกทั้งเจ้าของอาจถูกจับดำเนินคดี  ฝืนเลี้ยงต่อไป มีแต่คุ้มกับคุ้ม

หวังว่า ผู้ออกกฏ คงจะเข้าใจและเห็นใจด้วยนะครับ
น่าเสียดายจังครับ .........

กับวงการการเลี้ยงนกของไทย  ผมเพิ่งจะเลี้ยงเมื่อปีก่อน  ไม่ได้คิดที่จะเพาะขาย ผมเลี้ยงเพื่อแก้เครียด   แก้เหงา ไว้เล่นด้วยเวลากลับบ้าน  ปัญหาอยู่ที่ว่านกที่เลี้ยงอยู่ในบัญชีด้วยสิครับ(เป็นนกไทย 6 ตัว โม่ง 4 ขุนทอง 2) นกทีเลี้ยงจะปล่อยเช้า-เย็น ตลอด

......ผมเห็นว่าน่าจะเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีนกต้องห้าม ได้เอาไปขึ้นทะเบียนฟรี  หรือเสียค่าทำเนียมเล็กน้อย แค่นี้ก็น่าจะพอนะครับแทนที่จะเรียกเก็บราคาแพงซึ่งทำให้คนเลี้ยงต้องหาทางออกไปในทางที่แย่ โดยการปล่อยนก  หรือ เอามาแกง(เคยเห็นแถวบ้าน)

.........อย่างที่พี่ๆหลายๆท่านพูดครับ  ว่าการที่เพาะนกได้ก็เป็นเครื่องยืนยันได้แล้วมิใช่หรือว่านกนั้นจะไม่สูญพันธุ์
อ้างถึงLoveBirds เป็นผู้เขียน:
ผมคิดว่า web ของพวกเราน่าจะทำแบบ web นี้บ้างนะครับ ลองคลิ๊กเข้าไปอ่านๆดูกัน ผมว่าโอเคเลยนะครับ ถ้าหากพวกเราจะรวมพลังกันเสนอร่าง พ.ร.บ.ฯ ดูอ่ะครับ http://www.noksiam.com/index.php

ผมคิดว่าแต่ละเสียงของแต่ละคนน่าจะมีพลังมากพอครับ

เห็นด้วยกับคุณ LoveBirds เพื่อคนรักนกที่งบประมาณมีน้อย (อย่างผมเป็นต้น อิ อิ..)
ขณะนี้ร่างหนังสือฉบับดังกล่าวได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่รอผลการเจรจาจากผู้ใหญ่บางสมาคมฯ อยู่

ทีนี้ เราก็ต้องรวมพลังกันแล้ว ท่านใดที่ประสงค์จะเข้าชื่อเพื่อชี้แจงผลกระทบ และเสนอแก้ไขร่างพรบ. ฉบับนี้ กรุณาส่ง e-mail มายัง sompon_fp@hotmail.com ผมจะส่งแบบฟอร์มไปให้

ก็หวังว่าทุก ๆ ท่านจะให้ความร่วมมือให้มากที่สุด และด่วนที่สุด เพื่อส่วนรวมครับ